Energy

posted on 28 Aug 2008 00:58 by techinnoreview

From http://techinnoreviewsthailand.blogspot.com/

บทโหมโรง พลังงานชีวภาพ ทองเขียว หรือ แค่น้ำมันพืช?

ทั้งนี้ กระผมขอเริ่มเรื่องราวว่าด้วย วิกฤตการทางด้านพลังงานที่เราทุกคนกำลังเผชิญกันอยู่ ณ ขณะนี้เลยแล้วกันนะครับไม่มีคำนำและคำโปรยหัวแบบสวยหรูใดๆทั้งสิ้นโดยจะเขียนแบบง่ายๆอ่านสบายๆให้คนทุกเพศทุกวัยอ่านได้ครับ

ก่อนอื่นขอเท้าความถึงตัวปัญหา เจ้า “ทองสีดำ” ซึ่งถ้าไม่นับการที่มนุษย์เรานั้นใช้ไขมันจากสัตว์หรือฟอสซิลธรรมชาติมาใช้ในการให้ความร้อนทำอาหารและหล่อลื่นเคลือบผิวโลหะวัสดุซึ่งใช้กันมาตั้งแต่เมื่อ5,000ปีที่แล้วโดยประมาณ ซึ่งก็มีทั้งน้ำมันจากสัตว์ น้ำมันจากพืชต่างๆแบบเดียวกันที่ใช้จุดคบไฟนั่นแหละครับแต่การทำอาหารนั้นผมมั่นใจว่าคนสมัยก่อนส่วนมาก ไม่ได้กินผัดผักหมูทอดกระเทียมแบบเราหรอกครับ เพราะ มันถนอมอาหารไม่ได้ ไม่มีตู้เย็น หรือสิ่งใดที่จะมาเก็บของที่ปรุงเสร็จแบบนี้ได้จึงเป็นลักษณะของการถนอมอาหารแบบตากแห้งดองเค็มแช่อิ่มซะมากกว่าเพราะฉนั้นถ้าเห็นหนังจีนหรือหนังฝรั่งโบราณใช้กระทะทอดไก่ก็ชี้หน้าด่าได้เลยว่าสร้างมั่ว!
จุดพลิกผันของชีวิตทองดำนั้นเกิดขึ้นหลังจากซ่อนตัวอยู่ใต้หินใต้ดินมานาน มันก็ได้มีโอกาสออกมาแสดงความร้อนแรงโดยผู้ที่ริเริ่มการขุดน้ำมันขึ้นมาใช้เพื่อการพานิชย์คือ นาย Edwin Drakeใน ปี คศ.1859 บ่อน้ำมันแรกนั้นอยู่ที่รัฐ Pennsylvania ถูกขุดลึกลงไป 69ฟุต และสามารถผลิต น้ำมันดิบ 15 บาเรล ต่อวัน ในยุคต้นๆของการใช้น้ำมันนั้นมันยังเป็นการใช้ต่อเครื่องจักที่ใช้การเผาไหม้โดยตรงให้ความร้อนสร้างแรงดันไอน้ำซะเสียมากส่วนน้ำมันสำหรับเครื่องจักรแบบอัดฉีดที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงนั้นมีการริเริ่มใช้ครั้งแรกโดย Rudolf Christian Karl Dieselผู้ที่คิดค้นเครื่องยนต์จุดระเบิดภายในด้วยแรงอัดเป็นคนแรกของโลก (ดีเซล)นั้นเอง
เนื่องด้วยเหตุผลประการทั้งปวง หรือสิ่งใดมาดลใจอาจเป็นเพราะนึกตลกอยากลองน้ำมันถั่วเหลืองผัดถั่วงอกมาใช้กับเครื่องยนต์สุดจะพิศสมัย ทำให้เขาใช้น้ำมันจากถั่วลิสงทำการทดลองจนประสบผลสำเร็จคิดค้นน้ำมันไบโอดีเซล เป็นคนแรกของโลก โดยนำถั่วลิสงไปคั้นได้น้ำมันมาใช้กับเครื่องยนต์ที่เขาคิดค้นปรับปรุงขึ้นใหม่ได้สำเร็จโดยไม่ผสมสารใดๆในน้ำมันถั่วลิสง แต่ด้วยเหตุที่ว่า ในยุคนั้นการขุดเอาง่ายกว่า มานั่งปลูกถั่วคั้นน้ำ แถม เครื่องยนต์ยังใจเสาะแรงน้อย สู้ความร้อนแรงของ ดีเซล และ เบนซิน ผลผลิตอัพเกรดของเจ้าทองดำซึ่งถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายและเป็นกุญแจหลักของการพัฒนามวลรวมของมนุษย์ชาติแบบก้าวกระโดดใช้เวลาเพียง 2ชั่วอายุคนกว่าๆเท่านั้นจากขี่ม้าขี่ควายเป็นขี่จรวดไปเหยียบดวงจันทร์จึงทำให้ถั่วลิสงรอดตัวจากการถูกบีบถูกคั้นไปได้เกือบศตวรรษ
ทั้งนี้จะเห็นได้ชัดว่า ไบโอดีเซล นั้นไม่ใช่ของใหม่แต่อยากใดเพียงแต่ภายใต้ภาพลักษณ์ น้ำมันถัวเหลืองนั้นอาจมีกุญแจซ่อนหนทางแก้ไขวิกฤตพลังงานก็เป็นได้
กลับมาที่ ทองดำซุปเปอร์สตาที่ผู้คนคลั่งใคล้ลุ่มหลง มิใช่จุดไฟติดได้ดีอย่างเดียวยังจุดชนวนสงครามได้อย่างดีอีกด้วย ว่ากันว่าดินปืนเปลี่ยนแปลงรูปแบบสงครามอย่างสิ้นเชิง แต่น้ำมันนั้นคือสิ่งที่นำดินปืนไปสู่สมรภูมิและเปลี่ยนแปลงเมืองทั้งเมืองในชั่วข้ามคืนประเทศมหาอำนาจที่งมโข่งอยู่กับแผ่นดินกว้างใหญ่ที่ไร้น้ำมันจึงต้องปิดฉากลงกันให้เห็นเพราะสิ่งเดียวที่กระตุ้นการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมคือน้ำมันที่ใช้หล่อเลี้ยงเครื่องจักร (สมัยนั้นเครื่องจักรใหญ่ต้องใช้น้ำมันกำเนิดพลังงานเองเนื่องจากเสาไฟฟ้าที่ต่อตรงจากโรงงานไฟฟ้าให้พลังงานไม่เพียงพอ)อุตสาหกรรมพัฒนาเครื่องจักร เครื่องจักรพัฒนาผลผลิตผลผลิตมากคือความมั่งคั่งมากและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทำให้เกิดบุคคลากรที่มีคุณภาพบุคคลากรที่มีคุณภาพพัฒนาประเทศชาติ และ ทั้งหมดนี้ถูกนำไปใช้ในการสงครามและ หลังจากที่ทองดำแจ้งเกิดปรากฎตัวต่อมนุษยชาตินั้นได้ ไม่นานสงครามครั้งใหญ่ก็ได้อุบัติขึ้นด้วยความร้อนแรง รวมถึงสงครามที่เผาผลาญชีวิต ทรัพสินทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ก็เพิ่งจบลงไปไม่ถึง 70 ปีนี้เองแค่ช่วงชั่วอายุเดียวเท่านั้น ผมยังนึกภาพไม่ออกในสมัยที่ไทยรบกับฝรั่งเศษยุทธนาวีเกาะช้าง ว่ายุคนั้นเรามีอะไรแบบนั้นแล้วหรือไปเอาน้ำมันมาจากไหนหละนั่น คงต้องเสียเงินเสียทองมหาศาลเป็นแน่แท้หรือว่าเรือเหล่านั้นยังใช้กลไฟไอน้ำอยู่แต่ผมคิดว่าไม่ใช่เพราะหน้าตาบ่งบอกยี่ห้อตัวกินน้ำมันชั้น 1 ได้อย่างดี

เกร็ดความรู้ข้อมูลคร่าวๆจาก Wiki

 

 

รูปเรือหลวงธนบุรี

ฝ่ายไทย (ราชนาวีไทย)ฝ่ายไทยได้จัดกำลังเรือ 1 หมวด เพื่อรักษาพื้นที่อ่าวไทยบริเวณเกาะช้าง ประกอบด้วย
เรือ หลวงธนบุรี เรือปืนยามฝั่ง ระวางขับน้ำ 2,350 ตัน มีนาวาโทหลวงพร้อมวีระพันธ์ (ได้เลื่อนยศเป็นนายนาวาเอกภายหลังสิ้นสุดกรณีพิพาทอินโดจีน) เป็นผู้บังคับการเรือและผู้บังคับหมวดเรือ
เรือหลวงสงขลา เรือตอร์ปิโด ระวางขับน้ำ 460 ตัน มีนาวาตรีชั้น สิงหชาญ เป็นผู้บังคับการเรือ
เรือหลวงชลบุรี เรือตอร์ปิโดรุ่นเดียวกับเรือหลวงสงขลา ระวางขับน้ำ 460 ตัน มีเรือเอกประทิน ไชยปัญญา เป็นผู้บังคับการเรือ
เรือหลวงระยอง เรือตอร์ปิโดรุ่นเดียวกับเรือหลวงสงขลา ระวางขับน้ำ 460 ตัน มีนาวาตรีใบ เทศนะสดับ เป็นผู้บังคับการเรือ
เรือหลวงหนองสาหร่าย ระวางขับน้ำ 460 ตัน มีเรือเอกดาวเรือง เพชรชาติ เป็นผู้บังคับการเรือ
เรือหลวงเทียวอุทก ระวางขับน้ำ 50 ตัน

ฝ่ายฝรั่งเศส (หมวดเรือเฉพาะกิจที่ 7)
เรือ ลามอตต์ ปิเกต์ (Lamotte Picquet) เรือลาดตระเวนเบา ระวางขับน้ำ 7,880 ตัน ใช้เป็นเรือธง มีนาวาเอกเรจี เบรังเยร์ (Capitaine de Vaisseau Regis Beranger) เป็นผู้บังคับการเรือและผู้บังคับหมวดเรือเฉพาะกิจที่ 7
เรืออามิราล ชาร์เนร์ (Amiral Charner) เรือสลุป ระวางขับน้ำ 2,165 ตัน
เรือดูมองต์ ดูร์วิลล์ (Dumont d'Urville) เรือสลุปชั้นเดียวกันกับเรืออามิราล ชาร์เนร์ ระวางขับน้ำ 2,165 ตัน
เรือมาร์น (Marne) เรือช่วยรบ (ฝรั่งเศสจัดเป็นเรือสลุป) ระวางขับน้ำ 644 ตัน
เรือตาอูร์ (Tahure) เรือช่วยรบ (ฝรั่งเศสจัดเป็นเรือสลุป) ระวางขับน้ำ 600 ตัน
เรือสินค้าขนาดใหญ่ติดอาวุธ 1 ลำ
เรือดำน้ำ 1 ลำ

ผล การรบสรุปไม่ได้ครับสำหรับผู้สนใจอ่านอ่านต่อได้ที่

http://th.wikipedia.org /wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87

แต่สำหรับผมไอแบบนี้เค้าเรียกว่าแพ้ยับ ด้วยกำลังที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่นับเป็นการแสดงความกล้าหาญได้อย่างจับใจ


มาต่อกันเรื่องน้ำมัน หลังจบสงครามแล้ว ระบอบอนานิคมแบบปกครองเพื่อแย่งทรัพยากรนั้นได้ดูอ่อนลงเนื่องจากมหาอำนาจจากเมืองผู้ดีอ่อนแรง เพราะแพ้ดินปืนที่ท่านผู้นำหนวดสี่เหลี่ยมระดมยัดเข้าไปแบบ เดลิเวอรี่ ถึงหน้าบ้านฝรั่งเศษนั้นราบคาบไปแล้ว เยอรมัน ญี่ปุ่นย่อยยับจีนก็ยังประสบอยู่กับปัญหาเดิมๆคือบ้านเมืองแตกแยกเป็นฝักฝ่ายไม่ต้องไปพูดถึง อิตาลี่ ที่ ทั้งเสียเกรียติทั้งชอกช้ำใจ สเปน มหาอำนาจตกยุค หรือประเทศแถบบ้านเราที่ตกอยู่ใต้อำนาจญี่ปุ่นทั้งนั้น จึงคงเหลือเพียง สหรัฐและ โซเวียต เท่านั้น ที่ช่วยกันกระทืบเยอรมันจมดินโดยยังเหลือขุมกำลังอีกมากมาย สถานการณ์ในโลกยุคนั้นผลักดันให้ทุกชาติที่เคยเป็นเมืองขึ้น อยากปลดแอก เกิดคนอย่างคานธีโฮจิมินห์ และ อื่นๆอีกหลายท่านที่ไม่ได้เอ่ยถึงเมื่ออังกฤษยอมคายดินแดนตัดประเทศแบ่งให้กับผู้ช่วยเหลือในการสงครามเสร็จสรรพ นายทุนเจ้าใหม่ก็รีบเข้าตระครุบเหยื่ออย่างรวดเร็วเพราะเห็นถึงความสำคัญของดาวเด่น และการเข้าไปนั้นก็ส่งผลให้โลกหมุนติ้วอีกครั้ง หลังสงครามโลกครั้งที่ 2มีการสร้างบ้านเมืองใหม่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์โลกไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมไปถึง การขยายออกของเมืองนั้นล้วนมาจากการเข้าไปจัดการระบบขุดเจาะน้ำมันในประเทศแถบตะวันออกกลางอย่างมีประสิทธ์ภาพ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมต่างๆคนอยู่ดีขึ้นจำนวนเยอะขึ้นเมืองก็ขยายเทคโนโลยีก็ไฮเทคขึ้นตามกันไปจุดนี้เองได้เกิดสิ่งที่เรียกว่าวิกฤตการ ราคาน้ำมัน 2516 ปรากฏการเนื่องจากทั่วโลก มีความต้องการในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ณ ตอนนี้ที่เดนมาร์กแผนการพัฒนาพลังงานแบบยั่งยืนได้เริ่มขึ้นโดยหันมาดำเนินงานพัฒนาพลังงานทางเลือกใหม่อย่างจริงจังลดปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลหันมาใช้พลังงานลม พลังงานชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ อย่างจริงจัง กระนั้นประเทศไทยยุคนั้นยังไม่ได้ใกล้เคียงความคิดเหล่านี้แม้แต่น้อยและวิกฤตการทุกครั้งมักเพ่งเล็งแก้ปัญหาแบบคนไทยคือ แพงก็ไม่ต้องใช้ประหยัดหน่อยสิ บ้านมีบ่อน้ำมันหรือไงที่กล่าวนี้ไม่ได้ตราหน้าว่าความคิดเหล่านี้ผิดแต่เป็นแนวทางคิดที่มิใด้ใช้พลังแห่งจินตนาการรังสรรค์ออกมาก่อนที่จะเป็นนโยบาย ดังนั้นเราได้ออกตัวช้ากว่าหลายๆประเทศไปแล้วอย่างแน่นอนเพียงแต่ถ้าคิดแบบไม่สร้างสรรค์อีก ก็คือ ช้าแล้วช้าเลยรอคนอื่นคิดเดี๋ยวซื้อเอา มันคงจะง่ายเกินไป เพราะฉนั้นบทต่อไปผมจะนำเสนอโครงการวิจัยต่างๆ และ เหล่าคนที่มีความคิดเชิงสร้างสรรค์ผู้ที่อาจนำพาพลังงานทดแทน ที่เรียกว่า พลังงานชีวภาพมาสู่ชาวไทยในเร็ววันบทโหมโรงจึงปิดลงแต่เพียงเท่านี้เพื่อไม่ให้เยิ่นเย้อและออกนอกเรื่องไปมากกว่านี้

 

Tags